MENU
OUR SHOWROOM

ใบอนุญาตโฆษณาเลขที่ ฆพ. 42/2561

*โปรดอ่านคำเตือนในฉลากและเอกสารกำกับเครื่องมือแพทย์ก่อนใช้

Operating Room

Hybrid Operating Room

Cath Lab Room

Patient Ward

699 Modernform Tower, Srinakarind Road,

Suan Luang, Bangkok, Thailand 10250

Showroom : +66 (0)2 094 9806

Office : +66 (0)2 094 9774

  • Modernform Health & Care

L-CARNITINE เพิ่มมวลกล้ามเนื้อ ลดมวลไขมัน


หลายคนคงเคยได้ยินชื่อของแอลคาร์นิทีน (L-carnitine) และมักเข้าใจว่าช่วยในการลดน้ำหนัก ทั้งที่ประโยชน์ของแอลคาร์นิทีนที่มีผลยืนยันทางวิทยาศาสตร์นั้นคือ ช่วยลดมวลไขมัน เพิ่มมวลกล้ามเนื้อ และลดความเหนื่อยล้า ดังนั้นการทำความเข้าใจว่าแอลคาร์นิทีนคืออะไรและมีประโยชน์กับร่างกายอย่างไรจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้เลือกรับประทานได้อย่างเหมาะสม

รู้จัก L-carnitine


แอลคาร์นิทีน (L-carnitine) เป็นสารที่ร่างกายสามารถสร้างได้เองที่ตับและไตจากกรดอะมิโนสองตัวที่มีชื่อว่า Lysine และ  Methionine ซึ่งร่างกายนำไปใช้ในกระบวนการดึงไขมันเข้าไปสร้างเป็นพลังงาน แอลคาร์นิทีนจึงมีบทบาทสำคัญต่อขบวนการสลายกรดไขมันในร่างกาย และร่างกายยังได้รับแอลคาร์นิทีนจากการรับประทานอาหารจำพวกกลุ่มเนื้อแดง ถั่ว อโวคาโดได้ด้วย


งานวิจัยของ The Journal of Sports Medicine and Physical Fitness ได้ศึกษาประสิทธิภาพของแอลคาร์นิทีนในผู้หญิงน้ำหนักมาก โดยมีการศึกษาเปรียบเทียบกัน 4 กลุ่ม กลุ่มแรก ให้ยาหลอก กลุ่มสอง ให้รับประทานแอลคาร์นิทีน กลุ่มสาม ออกกำลังกายและทานยาหลอก กลุ่มสี่ ให้ออกกำลังกายร่วมกับรับประทานแอลคาร์นิทีน และติดตามผลที่ 8 สัปดาห์พบว่า ในกลุ่มที่มีการออกกำลังกายแบบแอโรบิกและทานแอลคาร์นิทีนวันละ 2 กรัม สามารถลดการอักเสบในร่างกาย (hs-CRP) ได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ


มีการศึกษาให้รับประทานวันละ 2 กรัม ในกลุ่มคนสูงอายุและติดตามผลพบว่า ปริมาณของกล้ามเนื้อมากขึ้นและไขมันลดลง และยังลดความอ่อนล้าของร่างกายลง


แอลคาร์นิทีนนับเป็นสารที่มีผลข้างเคียงต่อร่างกายน้อยมากและให้ประสิทธิภาพสูง หากใช้ควบคู่กับการออกกำลังกาย โดยควรออกกำลังกายให้ได้อย่างน้อยวันละ 40-50 นาทีขึ้นไปจึงจะช่วยสลายไขมันได้


ในนักกีฬาหรือคนที่กินแอลคาร์นิทีนเสริมสำหรับการเล่นกีฬาเพื่อช่วยในการสลายไขมันและช่วยให้การทำงานของกล้ามเนื้อดีขึ้น ควรจะต้องหยุดใช้เพื่อให้กล้ามเนื้อได้พักบ้างอย่างน้อยเดือนละ 1 สัปดาห์และไม่ควรใช้ต่อเนื่องติดต่อกันเป็นเวลานาน ๆ


ปัจจุบันผลิตภัณฑ์เสริมแอลคาร์นิทีนได้รับความสนใจในวงกว้าง ซึ่งชนิดของแอลคาร์นิทีนที่นำมาใช้แบ่งออกเป็น 3 รูปแบบ ได้แก่

แอล-คาร์นิทีน (LC) ค่อนข้างนิยมใช้อย่างแพร่หลาย

แอล-อะซิทิลคาร์นิทีน [L-acetylcarnitine (LAC)] เป็นรูปแบบเดียวที่ถูกนำมาใช้ในการรักษาโรคอัลไซเมอร์ (Alzheimer) และโรคเกี่ยวกับความผิดปกติของสมองอื่น ๆ

แอล-โพรพิโอนิลคาร์นิทีน [L-propionylcarnitine (LPC)] มีประสิทธิภาพ ใช้ได้ผลดีกับโรคเกี่ยวกับเส้นเลือดตามแขนขา (Peripheral Vascular Disease-PVD) ที่มีสาเหตุจากเบาหวานหรือเส้นเลือดแข็ง

แม้แอลคาร์นิทีนจะมีประโยชน์ต่อร่างกาย แต่หากรับประทานมากเกินไปก็อาจเกิดผลข้างเคียงได้เช่นกัน มีงานวิจัยระบุว่า การรับประทานแอลคาร์นิทีนมากถึง 5 กรัม หรือ 5,000 มิลลิกรัมต่อวัน หรือมากกว่าอาจทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน อยากอาหารเพิ่มขึ้น มีกลิ่นตัว มีผื่นแดง เป็นต้น


ดังนั้นสิ่งที่ควรตระหนักไว้เสมอคือ การลดน้ำหนัก คือการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และการเลือกรับประทานอาหารให้ถูกต้อง แอลคาร์นิทีนเป็นสารที่ช่วยทำให้ร่างกายสามารถดึงไขมันไปสร้างเป็นพลังงาน ซึ่งร่างกายสร้างได้เองและได้รับจากการรับประทานอาหารดังที่กล่าวไปตอนต้น ดังนั้นแล้วเราไม่สามารถทราบปริมาณแน่นอนของแอลคาร์นิทีนที่ร่างกายได้รับในแต่ละวัน การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนรับประทานแอลคาร์นิทีนย่อมช่วยให้สามารถรับประทานได้เหมาะสมและเกิดประโยชน์กับร่างกายอย่างแท้จริง


เรียบเรียงโดย พญ.จิรา ถาวรประดิษฐ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ชะลอวัย ศูนย์เวชศาสตร์ชะลอวัยกรุงเทพ 


ที่มา: https://www.bangkokhospital.com/index.php/th/diseases-treatment/lcar-increase-muscle-reduce-fat